วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เนื้อลิปทั้ง 6 แบบ

เนื้อลิปทั้ง 6 แบบ

1. ลิปสติกเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick)

 
ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินมีสีสันเพียงบาง ๆ มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เยอะ ให้ความมันวาวได้ดีระดับหนึ่ง ใช้เพื่อเน้นสีสันธรรมชาติของริมฝีปากให้ชัดเจนขึ้นหรือเติมสีสันใหม่ลงไปเพียงจาง ๆ เท่านั้น สามารถใช้แทนลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากไปพร้อม ๆ กับให้สีสันใส ๆ เป็นธรรมชาติ
เมื่ออยู่ในแท่งอาจดูมีสีเข้ม แต่จะอ่อนลงมากเมื่อนำมาใช้จริง ด้วยเม็ดสีที่ไม่แน่นทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ไม่ปรารถนาการใช้ลิปสติกสีจัด และไม่อยากทาลิปกลอสให้เหนียวเหนอะริมฝีปาก อย่างไรก็ดีลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินนี้สามารถทาทับได้หลายครั้งโดยไม่เป็นคราบนะคะ

2. ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick)IMG_0025

ลิปสติกเนื้อครีมอัดแน่นไปด้วยเม็ดสี จึงให้สีสันที่จัดจ้านและชัดเจน ส่วนใหญ่จะใช้พู่กันลิปสติกในการทาลงที่ริมฝีปากเพื่อความสม่ำเสมอของพื้นผิวและสีสัน
รวมทั้งใช้ร่วมกับดินสอเขียนขอบปากสีเดียวกันหรือสีที่เท่ากับสีธรรมชาติของริมฝีปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ลิปสติกเปรอะเปื้อนออกนอกขอบเขตอีกด้วย

3. ลิปสติกเนื้อแมท (Matte Lipstick)Matte-Lipstick

ลิปสติกเนื้อแมท ให้มีเม็ดสีที่แน่น ให้สีสันที่ชัดเจนโดยปราศจากความเงาวาวโดยสิ้นเชิง สามารถช่วยให้ริมฝีปากดูเรียวเล็กลงได้ด้วยการเลือกใช้สีสดใสหรือสีเข้มจัด แต่ก็มักเน้นให้เห็นริ้วรอยบนริมฝีปากด้วย
เนื้อลิปสติกที่ไร้ซึ่งความมันวาวมักทำให้ริมฝีปากแห้งได้ง่าย หากต้องการทาลิปสติกเนื้อแมทให้สวยจึงควรทาลิปบาล์มเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากเสียก่อน รวมทั้งเลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมทที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและอโลเวรา ก็จะช่วยให้เรียวปากชุ่มชื้นและเนียนขึ้นได้นะคะ

4. ลิปสติกที่ให้ความแวววาว (Shine Lipstick)Estée Lauder Pure Color Vivid Shine Lipstick Luminizer in Gunmetal Luminizer over Lancome L'Absolu Nu Replenishing and Enhancing Lipcolor in 313 Rouge Resille Swatch

ลิปสติกแบบมันวาวมีส่วนผสมของกลิตเตอร์เล็ก ๆ ที่ให้ประกาย รวมทั้งให้ความมันวาวแบบกลอสซี่ จึงทำให้ริมฝีปากดูเต็มและอวบอิ่ม
อย่างไรก็ดีควรหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกชนิดนี้ลงบนริมฝีปากที่แห้งลอก เพราะจะยิ่งเน้นให้เห็นข้อบกพร่องของริมฝีปากได้ชัดเจน

5. ฟรอสตี้ลิปสติก (Frosty หรือ Pearlescent Lipstick)

10p0rd1
ฟรอสตี้ลิปสติกมีประกายเล็กละเอียดแบบประกายมุก สีออกเหลืองขาวเล็กน้อย แต่ไม่มันวาวเท่ากับ Shine Lipstick มันเป็นที่นิยมมากในยุค 80’s
อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ลิปสติกประเภทนี้ ต้องเลือกสีที่เข้ากันได้กับสีผิวและสีอันเดอร์โทนของของผู้ใช้ ไม่เช่นนั้นอาจได้ลุคที่ดูป่วยและประหลาดเกินไปนะจ๊ะ

6. ลิปกลอสและทินท์

C0C1C1382_zps2b9a61ae
แม้ลิปกลอสและทินท์จะไม่ใช่ลิปสติก แต่ก็จัดอยู่ในพวกที่ให้สีสันกับริมฝีปาก ทั้งลิปกลอสและทินท์มักใช้คู่กัน โดนใช้ทินท์เพิ่มสีสันให้ริมฝีปาก และใช้กลอสทาทับเพื่อเพิ่มความแวววาว ทั้งนี้ไม่นิยมใช้ลิปกลอสเดี่ยว ๆ โดยไม่ทาทินท์หรือลิปสติกที่ริมฝีปากเสียก่อนนะคะ

5 ยี่ห้อลิปสติกที่ดีและคุ้ม



5  ยี่ห้อลิปสติกที่ดีและคุ้ม

 1   Maybelline color show lip color 



ลิปสติก Maybelline ขึ้นชื่อเรื่องสีสวยชัดเจน ติดทน หลายรุ่นอยู่เหมือนกัน สำหรับรุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยม นอกจากมีหลายหลายเฉดสีแล้ว ยังมีทั้งเนื้อแมทท์และเนื้อซาตินให้เลือกอีกต่างหาก แถมราคาเพียงแค่ 149 บาทเท่านั้นเอง 

2     Revlon super lustrous lipstick


ถ้าพูดถึงลิปสติกติดทน จาก Drugstore ไม่มีลิปสติก Revlon คงไม่ได้ โดยเฉพาะรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นขายดี และได้รับรางวัล BEST OF RISING STAR PRODUCT-COSMETICS จาก WATSONS HBW AWARDS 2017 เชียวนะ ด้วยเฉดสีที่มีให้เลือกกว่า 20 เฉด มีตั้งแต่สีหวาน เปรี้ยว แซ่บ หรือสีแปลก ๆ อย่างม่วงเข้ม หรือสีน้ำตาล ที่สำคัญมีทั้งเนื้อแมทท์ เนื้อซาติน เนื้อเชียร์ ท้าให้เลือกกันเลย ราคาอยู่ที่ 189 บาท

3      Wet n wild megalast lipstick


อีกหนึ่งยี่ห้อที่ดังเปรี้ยงปร้างตั้งแต่ยังไม่เข้าไทย จนเข้าไทยแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกฮิต เพราะเฉดสีที่มีให้เลือกมากมาย เม็ดสีแน่น ทาแล้วได้สีตามแท่งเป๊ะ แถมติดทน และลิป wet n wild บางเฉดสี ยังถูกยกให้เป็นฝาแฝดกับยี่ห้อ Hi-end บางตัวอีกด้วย ราคาเมืองไทยแท่งละ 139 บาทว่าถูกแล้ว ถ้ามีโอกาสไปหิ้วมาจากต่างประเทศ ราคานี่ถูกกว่าครึ่งเลย มีหวังต้องเหมามาหมดทุกสีกันแน่นอน

        4          4U2 Lipaholic 


ช่วงหลังนี่ฮอตจริงอะไรจริง กับลิปสติกยี่ห้อนี้ เพราะมีการจับบล็อกเกอร์ชื่อดังของไทยมาครีเอทเฉดสีสวย ๆ ให้สาว ๆ ได้ตามล่ากันยกใหญ่ สำหรับรุ่นนี้เป็นลิปสติกเนื้อค่อนข้างแมทท์สักนิด มีให้เลือกหลายเฉด สีสันชัดเจน ติดทนนาน ด้วยราคาแท่งละ 159 บาท

5      Essence longlasting lipstick


ลิปสติกเนื้อซาติน เม็ดสีแน่น รุ่นนี้ชื่อก็บอกว่า Longlasting ก็แปลว่ามันต้องติดทนนาน แต่ด้วยความเป็นเนื้อซาติน ความวาวก็อาจจะมีลบเลือนไปบ้าง แต่สีของลิปสติกยังคงติดแน่นอน มีให้เลือกด้วยกัน 14 เฉดสี ในราคาแท่งละ 115 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

การทาลิป ให้ติดทน

วิธีทาลิปสติกให้สวยติดทนนานตลอดวัน ทำได้อย่างไรบ้าง? 

หลายครั้งที่เราแต่งหน้าออกจากบ้านอย่างมาดมั่น แต่ในระหว่างวันหรือในช่วงเวลาที่เรารับประทานอาหารหรือแม้แต่ดูดน้ำจากหลอด
เชื่อมั้ยคะว่า สีลิปสติก ที่เราทามาอย่างดีก็ย่อมพลอยลางเลือนไปได้เสมอ ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจกับสีปากที่เริ่มลอกร่อน
และต้องหมั่นคอยเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เพื่อแต่งเติมสีลิปสติกใหม่ซ้ำๆ วันละไม่รู้กี่ครั้ง นอกจากทำให้คุณหงุดหงิด เสียเวลาแล้ว ยังทำให้สูญเสียความมั่นใจจนส่งผลให้บุคลิกดีๆ พังลงได้ด้วย
เราจึงหยิบ เคล็ดลับทาลิปสติกให้สวยติดทนนานตลอดวัน มาฝาก สาวคนไหนอยากให้สีเรียวปากสวยสดไปทั้งวัน แบบไม่ต้องมาคอยเสียเวลาแต่งเติมเพิ่มสีให้พลอยหงุดหงิดอีก ตามมาดูกันเลยค่ะ
1.เตรียมริมฝีปากให้เรียบเนียน
เพราะริมฝีปากที่ขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้านและเป็นขุยมักจะทำให้ทาลิปสติกไม่สวยแถมจางลงได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น จึงต้องเริ่มจากการเตรียมริมฝีปากให้เรียบเนียนก่อน
ด้วยการใช้ lip scrub เพื่อขัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป เผยริมฝีปากที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น หรือเติมความชุ่มชื้นด้วยลิปบาล์ม แค่นี้ก็พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไปแล้ว
2.ตบเบาๆ ด้วยรองพื้นหรือใช้คอนซีลเลอร์
รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ จะช่วยกลบสีเดิมของริมฝีปากได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะทำให้สีของลิปสติกดูเด่นชัดยิ่งขึ้น แม้ว่าจะใช้สีลิปสติกที่อ่อนกว่าสีผิวจริงก็ตาม
โดยให้นำรองพื้นมาตบเบาๆ บริเวณริมฝีปาก หรือทาคอนซีลเลอร์ปิดทับอีกที พร้อมทั้งเกลี่ยให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น
3.เพิ่มความคมชัดด้วยดินสอเขียนขอบปาก
ก่อนจะทาลิปสติกจริงๆ ให้เน้นขอบปากด้วยดินสอเขียนขอบปากก่อน โดยเลือกสีของดินสอเขียนขอบปากที่มีสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกว่าสีลิปสติกที่เราจะทาลงไป
จากนั้นจึงวาดขอบปากไปตามรูปแบบที่ต้องการ และควรเลือกใช้ดินสอเขียนขอบปากที่มีเนื้อแห้งกว่าลิปสติก
เพื่อให้คงรูปของริมฝีปากได้อย่างยาวนานตลอดวัน แค่นี้ก็จะช่วยให้ริมฝีปากแลดูสวยอวบอิ่มมากขึ้นแล้ว
lipstick_2
4.ทาลิปสติกด้วยสเต็ปง่ายๆ
สำหรับการทาลิปสติกนั้น ควรทาไปตามสเต็ป เพื่อให้ได้เรียวปากที่สวยเป๊ะและติดทนนาน โดยมีสเต็ปในการทาง่ายๆ ดังนี้
– เริ่มลงลิปสติกให้ทั่วบริเวณกรอบริมฝีปากก่อน พยายามวาดให้เป็นลายเส้นไปตามเรียวปากอย่างสวยงามและเด่นชัด ระวังอย่าให้สีลิปสติกเลอะ
– ทาลิปสติกให้ทั่วริมฝีปากตามต้องการ เกลี่ยให้ดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอที่สุด
– เก็บรอยลิปสติกที่เลอะเลยออกมานอกขอบปากให้หมด
5.เพิ่มความติดทนนานด้วยกระดาษทิชชู
เพื่อให้ลิปสติกที่ทาลงไปติดทนนานมากขึ้น ให้นำกระดาษทิชชูมาวางลงบนริมฝีปาก จากนั้นนำแป้งฝุ่นมาปัดเบาๆ ผ่านกระดาษทิชชู
วิธีนี้จะช่วยให้ลิปสติกอยู่ตัวนานมากขึ้น และติดทนนานได้ตลอดวัน โดยไม่ต้องทาลิปสติกใหม่บ่อยๆ
ส่วนใครที่กลัวว่าแป้งฝุ่นจะไปเกาะติดกับสีลิปสติกบนริมฝีปากจนทำให้ดูจางลง ไม่ต้องห่วง เพราะวิธีนี้จะไม่ทำให้สีของลิปสติกจางลงอย่างแน่นอน
6.ทาลิปสติกซ้ำอีกครั้ง
ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกซ้ำอีกที โดยทาบริเวณริมฝีปากด้านบนและด้านล่างให้ดูสวยเป๊ะ แค่นี้ก็จะได้เรียวปากที่สวยใสตลอดวัน
โดยไม่ต้องเติมลิปสติกบ่อยๆ แล้ว แถมสีสันของลิปสติกก็ยังดูเจิดจรัสและช่วยเพิ่มความน่าเย้ายวนให้กับคุณหลายเท่าเลยทีเดียว

ทริคควรจำ! เพื่อการทาลิปสติกให้ติดทนนาน 

อยากให้ลิปสติกติดทนนาน และมีริมฝีปากที่สวยใสตลอดวัน นอกจากทาลิปสติกตามวิธีข้างต้นแล้ว ก็ยังมีทริคง่ายๆ ที่ควรรู้อีกด้วย
– อยากให้ริมฝีปากดูสวยใสติดทนนานตลอดวัน ไม่ควรใช้ลิปกลอส เพราะลิปกลอสมักจะจางได้ง่าย จึงต้องทาลิปกลอสในช่วงระหว่างวันบ่อยๆ
ซึ่งหากต้องการให้ลิปสติกติดทนนานตลอดวัน ก็ต้องเลือกลิปเนื้อแห้งและมีสีสันสดใสเท่านั้น
หรือหากต้องการให้ริมฝีปากดูเปล่งประกาย ก็อาจทาลิปสติกธรรมดาก่อน แล้วทาทับด้วยลิปกลอสอีกทีก็ได้ แค่นี้ก็เป๊ะสุดๆ แล้ว
– ดินสอเขียนขอบปาก สามารถช่วยให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้นได้ เพียงแค่นำมาเขียนทั่วกรอบริมฝีปาก
จากนั้นทาลิปสติกตามปกติ ก็จะทำให้สีของลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น และยังดูเด่นชัดมากขึ้นอีกด้วย
– ควรใช้แปรงในการทาลิปสติกที่มีเนื้อเหลว เพราะจะทำให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนมากขึ้น และไม่ดูหนาเกินไปอีกด้วย
lipstick_3


การผสมสีลิป

5 วิธี ผสมสี ลิปสติก

ส้มนู้ด
          สาวคนไหนที่ชอบแต่งหน้าโทนส้ม ที่ออกเกาหลี ต้องชอบสีนี้แน่นอน~ เพราะนี่คือสีส้ม 🍊 ที่เราเอามาผสมให้ออกโทนนู้ดหน่อย ๆ ไม่ส้มดิบจนเกินไป ให้กลืนกับการแต่งหน้าเบา ๆ สบาย ๆ ในแบบ Dailylook จะออกไปเรียน ไปทำงาน หรือจะไปช้อปปิ้งสีนี้ก็เป็นโทนสีเย็น ๆ ไม่เยอะ แต่น่ารัก ลงตัว น่ามองนะจ๊ะ นอกจากนี้แล้วสีส้มนี้ยังเป็นสีที่ดีงาม ทาได้เข้ากันดีกับทุกสีผิวอีกด้วยนะเออ
วิธี,ลิปสติก,สี










วิธีทา : ลงสีเข้ม (No.14) ที่มุมปาก จากนั้นลงสีอ่อน (No.16) บริเวณกลางริมผีฝาก และใช้แปรงเกลี่ยสีให้เนียนตามลูกศรในภาพ 
เรดไวน์ เว้นเลเยอร์
          สายแซ่บมาทางนี้  เพราะบอกเลยว่านี่คือการไล่เลเยอร์สีลิปสติกที่ทำง่าย ชวนมอง ที่สำคัญ..เผ็ด เด็ด แซ่บลืม!  กันไปเลยยยยย เพราะเราจะ ไล่สีเข้ม-อ่อน บนริมฝีปากของเรานั่นเอง งานนี้ใช้สีเดียวเบลนด์ง่ายมากเลยจ้า โดยการเบลนด์นี้แนะนำให้สาว ๆ ใช้ลิปสติกสีเข้ม ๆ เพราะจะทำให้เห็นเลเยอร์ความเข้ม-อ่อนของสีได้ชัดเจน น่ามองกว่านะจ๊ะ
วิธี,ลิปสติก,สี

วิธีทา : ลงลิปสติกบริเวญขอบปาก โดยเว้นที่ว่างด้านในเพื่อเกลี่ยไล่ระดับความเข้ม-อ่อนของสี จากนั้นใช้เแปรงเกลี่ยตามแนวลูกศรในภาพ (ถ้าสาว ๆ อยากให้เห็นเลเยอร์ชัดเจน แนะนำให้ใช้นิ้วแตะที่ริมผีปากด้านในเพื่อให้ได้ระดับสีที่ชัดเจนขึ้นจ้า)

สวีตบานเย็น
          สาวหวานเย็น  รักสีสันสดใสต้องลองอันนี้ ! ขอบอกว่าสีนี้เนี่ยพอทาลงบนริมฝีปาก ประกอบกับการแต่งหน้าโทนหวาน หรือพาสเทลแล้วล่ะก็...เข้ากันจริง ๆ ด้วยความที่เป็นสีโทนสดใส แจ่ม มีความเป็นสีชมพูบานเย็น จึงทำให้ริมฝีปากของสาว ๆ ดูเด่น ชวนมอง นั่นเอง ~
วิธี,ลิปสติก,สี

วิธีทา : แต้มสีอ่อน 5 จุดตามภาพ จากนั้นแต้มสีเข้ม 3 จุดตามภาพ และใช้แปรงเกลี่ยให้เนียนตามแนวลูกศรให้เป็นสีเดียวกัน จะได้สีที่สมูทขึ้นจ้า
โอรสไล่สี
          สีนี้ก็เป็นสีที่น่าลอง น่าปาด บนริมฝีปากของเราอีกหนึ่งสี เพราะมีความนางเอกสูงมากกกกก 💁🏻 ด้วยความที่เป็นสีเย็น ๆ หวานอ่อน ๆ ตามประสาโอรส เลยทำให้เข้าได้ง่ายกับการแต่งหน้าสบาย ๆ หลาย ๆ แบบ เอาเป็นว่าแค่ปัดบลัชออนให้แก้มมีสีสัน แล้วปัดมาสคาร่าให้ขนตางอน จากนั้นลงลิปสติกสีนี้ก็ดูดีมีลุคคุณหนูได้ชิล ๆ เลยล่ะจ้า
วิธี,ลิปสติก,สี

วิธีทา : ลงสีอ่อนด้านในริมฝีปากตามภาพ จากนั้นลงสีเข้มบริเวณขอบปาก และเกลี่ยให้เนียนตามแนวลูกศรในภาพ จะได้สีโอรสที่ไล่สีหน่อย ๆ สมูทเนียนจ้า

เบอร์กันดี

          ยกให้เป็นสีสุดปรี๊ดดดดดด~ ที่สาว ๆ หลายคนตกหลุมรักในความแซ่บแบบมีคลาสของสีแดงเบอร์กันดีเจ้านี้ไปเลย เพราะเป็นสีที่ไม่ฆ่าใครตาย ทาได้ทุกสีผิว ไม่ว่าจะทาไปปาร์ตี้ ทาไปสมัครแอร์โฮสเตส หรือจะทาเป็นลุคเก๋ ๆ ในวันมีทติ้งกับเดอะแก๊งค์ ก็เปรี้ยวได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญแม้วันนั้นไม่ได้แต่งหน้าเลย..แต่ทาแดงเบอร์กันดีไปอย่างเดียวก็ไฉไลได้เหมือนกันเพราะปากสาว ๆ ในวันนั้นจะแจ่มดีมีระดับเลยล่ะ
วิธี,ลิปสติก,สี

วิธีทา : แต้มสีเข้มบริเวณมุมปากล่าง 2 จุดตามภาพ และลงสีอ่อนบริเวณกลางริมฝีปากล่าง และลงสีเข้มที่ริมฝีปากบน จากนั้นเม้มปาก และใช้แปรงเกลี่ยให้เนียนตามลูกศรในภาพจ้า

ทริคในการเลือกสีมาผสม  ก็คือ.. ควรเลือกสีเข้ม 1 สีอ่อน 1 หรือถ้าอยากได้ในโทนเดียวกันก็ควรเลือกสีที่ไม่โดดโทนมาก เช่นโทนส้ม ควรเลือกสีส้มเข้ม 1 นู้ดอ่อน ๆ 1 เป็นต้น 

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ความต้องการในการใช้ลิปสติก

 ความต้องการลิปสติก

           ลิปสติก (อังกฤษlipstick) เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่

ประกอบด้วยรงควัตถุ น้ำมัน ขี้ผึ้ง และสารให้ความชุ่มชื้น ใช้สำหรับ

ทาสี ลวดลาย และเกราะป้องกันไว้บนริมฝีปาก มีลิปสติกหลากหลาย

สีและรูปแบบ เช่นเดียวกับเครื่องสำอางทั่วไป ลิปสติกมักนิยมใช้ในผู้

หญิง แต่ผู้ชายก็ใช้ได้ การใช้ลิปสติกมีประวัติย้อนไปถึงยุคกลาง คน

ไทยรุ่นเก่า ๆ ตามต่างจังหวัดมีกเรียกว่า รุท